Advanced Education And Travel Services Co., Ltd.
  Login or Register
 • Home • Downloads • Your Account • Forums • 
Languages
Select Interface Language:

English Thai
Site Contents

Home Page

About Us

Overseas Education

Country Information

Overseas Schools

Executive Training

English Lessons

Online Education

Finding Employment

Travel Services

Airfares

Website Design

Top 10 Schools
· 1: bkkok.com
· 2: Queensland College of English Brisbane
· 3: Kilmore International School
· 4: Management Development Institute of Singapore
· 5: GEOS Christchurch Language Centre
· 6: Singapore Management University
· 7: Auckland College of Education
· 8: Burnside High School
· 9: Australia College Of English
· 10: Cashmere High School
Site Search


Who's Online?
There are currently, 15 guest(s) and 0 member(s) that are online.

You are an Anonymous user. You can register for free by clicking here
Zoom View

100%
125%
150%
200%
250%
300%

Hotel Reservations

Banner Clients
Welcome, Anonymous.

Client ID:

Password:

(Register)

India Information (Thai)



ข้อมูลควรรู้เกี่ยวกับประเทศอินเดีย

ข้อมูลทั่วไป
สาธารณรัฐอินเดีย มีพื้นที่ประมาณ 3.3 ล้านตารางกิโลเมตร นับเป็นประเทศ ที่ใหญ่อันดับ 7 ของโลก ใหญ่กว่าประเทศไทย ประมาณเกือบ 7 เท่า สาธารณรัฐอินเดีย ตั้งอยู่ในเอเชียใต้ มีอาณาเขตทาง ตะวันออกเฉียง เหนือติดพม่า ทางตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันตกเฉียงใต้ ติดมหาสมุทรอินเดีย และมีอาณาเขตล้อมรอบ บังคลาเทศ ทางเหนือติดกับจีน เนปาลและภูฎาน ทางตะวันตกเฉัยงเหนือติดจีน เนปาล และภูฎาน ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ติดกับปากีสถาน
สภาพดินฟ้าอากาศ
อินเดียเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ จึงมีสภาพภูมิประเทศ และสภาพภูมิอากาศ แตกต่างกัน อย่างสิ้นเชิงในแต่ละภูมิภาคภาคเหนือ
จะมีสภาพอากาศหนาวเย็นจัด คล้ายยุโรป เพราะส่วนใหญ่ จะอยู่ติดกับเทือกเขาหิมาลัย ภูมิประเทศ จึงเป็นที่สูงชัน บางพื้นที่มีหิมะตลอดปี บางครั้งอุณหภูมิ อยู่ในระดับ 1-2 องศา หรือถึงติดลบ เช่น Jammu & Kashmir, Himachal Pradesh, Uttaranchal, Punjab, Haryana เป็นต้น
ภาคตะวันตก
มีสภาพอากาศ และภูมิประเทศ ที่แตกต่างกัน โดยมีทั้งทะเลทราย ใน รัฐ Rajasthan และที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึงตลอดปี ในรัฐ Gujarat ตลอดจนอากาศร้อนชื้น แบบชายทะเลในรัฐ Maharashtra ซึ่งมีแนวชายฝั่ง ทะเลยาวเหยีอด ติดกับทะเลอาระเบีย
ภาคตะวันออก
สภาพภูมิอากาศ และภูมิประเทศ ในภาคตะวันออก มีความแตกต่างกันอย่างมาก เพราะในรัฐ ในแถบที่ติด กับภูฐาน และพม่าจะไม่ติดทะเล แต่จะมีแม่น้ำและเทือกเขาสูงชันมากมาย ทำให้ ในบริเวณนี้ เต็มไปด้วย ป่าไม้ และสัตว์ป่า ตลอดจนทรัพยากร ทางอัญมณีจำนวนมาก และมีอุณหภูมิ เฉลี่ยราว 20-36 องศา ซึ่งได้แก่รัฐ Assam, Arunachal Pradesh, Manipur, Mizoram, Sikkim เป็นต้น แต่ในรัฐ West Bengal และ Orissa จะแตกต่างออกไปเพราะทั้ง 2 รัฐนี้ จะติด อ่าวเบงกอล ทำให้มีสภาพ ดินฟ้าอากาศ จึงคล้าย เมืองไทยมาก อุณหภูมิเฉลี่ยราว 25-37 องศา
ภาคใต้
สภาพภูมิอากาศ และภูมิประเทศจะคล้ายคลึงกัน เพราะมีภูมิประเทศ คล้ายคาบสมุทร ที่ยื่นไป ในมหาสมุทรอินเดีย ได้แก่รัฐ Andhra Pradesh, Tamil Nadu, Kerala, Karnataka โดยจะมี สภาพภูมิอากาศ คลัายคลึงประเทศไทยคือ ร้อนชื้น ยกเว้น แถบตอนกลางของคาบสมุทรซึ่งได้แก่ เมือง Bangalore จะมีภูมิอากาศแบบ Hot & Dry ในหน้าหนาว

การปกครอง
อินเดียเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีประชาการมากที่สุดในโลก แบ่งการปกครอง เป็น 28 รัฐ (State)
1 เมือง (New Delhi) และ 6 เขตการปกครอง (Union Territories) มีเมืองหลงคือ นิวเดลี ซึ่งเป็นที่ตั้ง ของรัฐบาลกลาง ในแต่ละรัฐจะทำการบริหารงาน และปกครองตนเอง โดยจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐ ของแต่ละรัฐ รัฐบาลกลางจะเข้ามาควบคุมเฉพาะบางเรื่องเท่านั้น เช่น การศึกษา การทหาร การต่างประเทศ โดยเฉพาะการศึกษา มหาวิทยาลัยหลักๆ ของแต่ละรัฐจะต้องอยู่ภายใต ้การรับรอง ของรัฐบาลกลาง เท่านั้น
ประชากรและ วัฒนธรรม
ปัจจุบันอินเดีย เป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยมีประชากรประมาณ 1,100 ล้านคนในบางรัฐ มีประชากรมากกว่า หรือเกือบเท่าประเทศไทยเลยที่เดียว เช่น Uttar Pradesh มีประชากร160 ล้านคน หรือ Maharashtra มีประชากรมาณ 90 ล้านคน ประชากรส่วนใหญ่ อยู่ใน ภาคเกษตรกรรม และเป็นชนชั้นแรงงาน แต่อินเดีย ก็มีสภาพการค้าขาย ที่ยิ่งใหญ่ เพราะมีประชากร ซึ่งเป็นฐานลูกค้าขนาดใหญ่ อินเดียไม่มีศาสนาประจำชาติ แต่มีผู้ที่นับถือ ศาสนาฮินดูถึง 80% มุสลิม 12% คริสต์ 3% ซิกซ์ 2% พุทธ 0.8 โดยทั่วไปประชากร จะให้ความเคารพ ซึ่งกันและกันในแต่ละศาสนา แต่ก็จะมีวัฒนธรรมประจำชาติ ที่เข้มแข็ง และเคร่งครัด เช่น การให้เกียรติสตรี การนิยมแต่งกายในชุดสาลี หรือ สาวะกามิ ของสตรี การเคารพบูชาเทพเจ้า คนอินเดียจะเป็นคนรักสงบไม่ทำร้ายสัตว์ทุกชนิด โดยจะเห็นได้จากจากกระรอก นก จะมีอยู่เต็มเมือง แม้จะเป็นเมืองใหญ่ๆ ก็ตาม และการที่มี ประชากรจำนวนมาก ทำให้เกิดการแข็งขันกัน ในการเรียน และการหางานกันอย่างสูงมาก นักเรียน นักศึกษาส่วนใหญ่จะ ขยันขันแข็งในการเรียนอย่างมาก

ภาษา
อินเดียมีภาษา ที่ใช้สื่อสารกันถึง 1,600 ภาษา โดยในแต่ละรัฐ จะมีภาษาของตนเอง เช่นในรัฐ Karnataka จะใช้ภาษา Karnada ในรัฐ Tamil Nadu ก็จะใช้ภาษา Tamil เป็นต้น แต่ภาษาที่ทางรัฐบาลกลางใช้ เป็นภาษาราชการมีเพียง 17 ภาษาเท่านั้น ถึงอย่างไรก็ตาม คนอินเดียใช้ภาษาหลักๆ ในชีวิต
ประจำวันก็คือ ภาษาอังกฤษ และ ภาษาฮินดี

เมืองที่น่าสนใจ
สำหรับนักเรียนไทยแล้วเมืองที่น่าสนใจที่จะไปศึกษา คือ บัวบาเนสชวอร์ (Bhubanewar) และบังกาลอร์ (Bangalore)

1. บัวบาเนสชวอร์
บัวบาเนสชวอร์ เป็นเมืองหลวง ของรัฐโอริสสา (Orissa) ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออก ของประเทศ อินเดีย ห่างจากชายฝั่งทะเล เมืองปูริ(Puri) ประมาณ 62 กิโลเมตร ในปัจจุบัน มีสนามบิน ที่ทันสมัย มีเส้นทางการบิน ไปยังเมืองต่างๆ ทั่วอินเดีย และใช้เวลาเดินทาง โดยรถไฟประมาณ 6 ชั่วโมง ไปถึงเมืองกัลกัตตา (Kolkata)
สภาพภูมิอากาศ
เนื่องจาก เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใน เขตศูนย์สูตร อุณหภูมิสูงสุด ในช่วงฤดูร้อน 45 องศาเซลเซียส และมีอุณหภูมิต่ำ ในช่วงฤดูหนาว ที่ 5-15 องศาเซลเซียส ส่วนฤดูฝน จะอยู่ระหว่าง เดือนมิถุนายน-กันยายน
อาหารการกิน
อาหารจีน เป็นสิ่งที่หาได้ไม่ยาก มีราคาไม่แพง ส่วนอาหารตะวันตก เช่น พิซซ่า ก็มีอยู่ทั่วไป และนอกจากนี้แล้ว บัวบาเนสชวอร์ ตั้งอยู่ใกล้ทะเล จึงเป็นเรื่องง่าย ที่จะหาอาหารทะเล มารับประทาน เหมาะสำหรับ ผู้ที่จะเดินทางไปศึกษาต่อ เป็นอย่างยิ่ง
สถานที่ท่องเที่ยว
บัวบาเนสชวอร์ เป็นเมืองที่มีวัด และโบราณสถานเก่าแก่ มากกว่า 500 แห่ง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ วัดที่มีอายุ เก่าแก่โบราณ เช่น Lingaraj Temple , Mukteswar Temple และวัดที่สร้างขึ้น ในปัจจุบัน เช่น Ram Mandir , Iskcon Temple และ Satsang Mandir
แหล่งช๊อปปิ้ง
มีอยู่มากมายหลายประเภท ตั้งแต่ ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ของเมือง ที่เป็นศูนย์รวมของนักช๊อปทั้งหลาย ที่เรียกว่า บิกบาซ่า ซึ่งจะพบร้านไอศครีม บัสกิ้นร๊อบบิ้น และร้านพิซซ่าฮัท ไปจนถึงตลาดพื้นเมือง ที่เรียกว่า ยูนิค จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง สินค้าสมัยใหม่ อาหาร และผลไม้ต่างๆ

2. บังกาลอร์
บังกาลอร์เมืองแห่งเทคโนโลยี และการศึกษา เป็นเมืองหลวง ของรัฐ กรณาฎกะ (Karnataka ) ปัจจุบัน ใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของประเทศ มีประชากร มากกว่า 5.5 ล้านคน โดยเป็นที่รู้จักกัน ในนามของ “Garden City” มีชื่อเสียงทางด้านคอมพิวเตอร์ ซอฟแวร์ และอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคต่างๆ จึงเป็นที่สนใจ ของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะ บริษัทฮุนได ของประเทศเกาหลี เป็นบริษัท รถยนต์ขนาดใหญ่ ที่ได้ครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ ในประเทศอินเดีย
สภาพภูมิอากาศ
ในช่วงฤดูร้อน มีอากาศร้อน มีอุณหภูมิเฉลี่ย ประมาณ 34 องศาเซลเซียส ส่วนในฤดูหนาว อากาศเย็นสบาย โดยมีอุณหภูมิ อยู่ในช่วง 15-20 องศาเซลเซียส ฤดูฝน อยู่ระหว่าง เดือนมิถุนายน-กันยายน ลักษณะอากาศ ร้อนชื้น สลับกับแห้ง ซึ่งมีความชื้นสูงสุด ในช่วงเดือนตุลาคม และอากาศแห้งสุด ในเดือนมกราคม
อาหารการกิน
เนื่องจากบังกาลอร์ เป็นเมืองที่มีชาวต่างชาติ อาศัยอยู่มาก จึงเป็นเรื่องง่าย ที่จะหาอาหารต่างประเทศ มารับประทาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารจีน ไทย ญี่ปุ่น เกาหลี และอเมริกัน ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง กว่าอาหารอินเดีย แต่เป็นที่นิยม สำหรับผู้ที่ไปศึกษาต่อ เป็นอย่างยิ่ง

แหล่งช๊อปปิ้ง
ถ้ากล่าวถึงแหล่งช๊อปปิ้ง ที่เป็นที่รู้จักกันดี ทั้งชาวต่างชาติ และชาวอินเดีย ก็คงจะหนีไม่พ้น ย่าน MG Road และย่าน Commercial Street ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวม สินค้าแบรนเนม สินค้าทั่วไป ร้านอาหาร ค๊อฟฟี่ช๊อป ตลอดจนโรงหนัง อีกทั้งยังเป็น จุดนัดพบของวัยรุ่น และนอกจากนี้ บังกาลอร์ยังมีห้างสรรพสินค้า ขนาดใหญ่ The Forum และ Central Bangalore
การเดินทาง
ในปัจจุบัน มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปยังบังกาลอร์ โดยสายการบินไทย สายการบินอินเดีย สายการบินอินเดี่ยน (Indian Airline) และอื่นๆ โดยใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมงครึ่ง

เวลาในชีวิตประจำวัน
เวลาในประเทศอินเดียช้ากว่าในประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง แต่การทำกิจกรรม และบริหารเวลา จะต่างกันมาก โดยทั่วไป ชาวอินเดียส่วนใหญ่จะเริ่มงาน และทานอาหารเช้าเวลา 9.00-10.00 น. และพักเที่ยงตอน 14.00 น- 15.00 น. และทานอาหารเย็น 20.00 น.เป็นต้นไป

- ธนาคารทำการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 10.30-14.30 น. วันเสาร์ เปิดทำการเวลา 10.30-12.30 น.
- ร้านค้าและห้างสรรพสินค้าทั่วไปเปิดขายของสัปดาห์ละ 7 วัน ตั้งแต่เวลา 9.00-21.00 น.
- ไปรษณีย์เปิดเวลา 9.30-17.30 น. วันเสาร์ เปิดทำการเวลา 10.30-12.30 น.
วันหยุดราชการของอินเดีย
- 1 มกราคม วันปีใหม่
- 26 มกราคม วันชาติอินเดีย
- 15 สิงหาคม วันประกาศเอกราช
- 2 ตุลาคม วันคล้ายวันเกิดมหาตมะคานธี
- 25 ธันวาคม วันคริสต์มาส

นอกจากนี้ยังจะมีวันหยุดประจำแต่ละรัฐ ซึ่งจะมีวันหยุดที่แตกต่างกันออกไป ก็ขึ้นอยู่กับว่า นักเรียนไทย จะไปอยู่รัฐไหน จะได้รับวันหยุดตามรัฐนั้น
การเดินทางในอินเดีย
การเดินทางในเมืองใหญ่ ๆ ของอินเดีย เป็นไปอย่างสะดวกสบาย และมีให้เลือกใช้บริการ หลายรูปแบบ
รถโดยสารประจำทาง
หรือ รถเมล์ มีให้บริการทั่วทั้งเมือง และมีอัตราค่าบริการ ที่แสนจะถูก ราว 3-10 รูปี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับระยะทาง ในกรณีที่ สถานศึกษา ไกลจากที่พัก และต้องเดินทางทุกวัน ก็สามารถ ซื้อตั่วเดือนได้ ซึ่งก็จะช่วยประหยัด ได้อีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ บนรถเมล์ จะแบ่งพื้นที่ ชัดเจน ระหว่างหญิงและชาย โดยผู้หญิง จะขึ้นประตูหน้า และนั่งใน บริเวณด้านหน้าของตัวรถ ส่วนผู้ชาย จะขึ้นด้านหลัง และจะนั่ง หรือยืน ในส่วนของหลังรถ กฎนี้ก็ทำให้ ผู้หญิงไทยที่ต้องขึ้นรถเมล์ ก็จะได้รับ ความสะดวกไปด้วย

รถออโต (Auto)
หรือ รถตุ๊กตุ๊ก แบบเหมือนไทย รถออโตนี้ จะเป็นที่นิยม ในหมู่ นักเรียนไทย เพราะสะดวกหาง่ายถึงที่หมายเร็วกว่ารถเมล์ และไม่ต้องไปเบียดขึ้นรถ กับคนอินเดีย แถมยังมีมิเตอร์ใน ในการกำหนดค่าโดยสารอีกด้วย เราสามารถนั่งได้ 3 คน ถ้านั่ง 4 คน หรือดึกเกินสองทุ่ม จะคิดในอัตรา “One and Half” คือสมมุติ ค่าโดยสาร 100 รูปี ถ้าคิดแบบ One and Half ก็คือ 150 รูปี ยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ รถAuto มากมาย ซึ่งสามารถอ่านได้ ในเกร็ดความรู้คู่อินเดีย
สำหรับการเดินทางระหว่างเมืองหรือระหว่ารัฐนั้น เราสามารถเดินทางได้ทั้ง รถทัวร์, รถไฟ, เครื่องบิน
รถไฟ (India Railways)
มีคำกล่าวว่า ถ้ามาอินเดียแล้ว ไม่นั่งรถไฟอินเดียถือว่ามาไม่ถึง เพราะรถไฟอินเดียมีเส้นทาง หรือ เครือข่ายครอบคลุมทั่วอินเดีย เป็นเส้นทางเดินรถไฟ ที่ใหญ่ที่สุดในทวีป เอเชีย และใหญ่เป็น ลำดับที่ 2 ของโลก มีเส้นทางเดินรถไกล 62,000 กิโลเมตร มีสถานีรถไฟ ทั้งหมด จำนวน 7,000 สถานี ผู้โดยสารมาก ถึงวันละ 12 ล้านคน คุณสามารถเดินทาง ด้วยรถไฟ ไปได้เกือบ ทุกเมือง ในอินเดีย ในอัตราค่าโดยสารที่ไม่แพง โดยมีทั้ง ชั้นนั่ง, ชั้นนอน, และชั้นนอนแอร์ ให้เลือก
เครื่องบิน
เนื่องจากอินเดีย เป็นประเทศที่ใหญ่มาก และมีเมืองใหญ่ๆกระจาย อยู่ทั่วประเทศทำให้ การเดินทาง ด้วยเครื่องบินเป็นสิ่งจำเป็นมาก ในปัจจุบัน อินเดียมีสนามบินนานชาติ เป็นจำนวนมาก กระจายอยู่ ทั่วประเทศ และยังมีสนามบินท้องถิ่น และสนามบิน สำหรับ เมืองท่องเที่ยว อีกเป็นจำนวนมาก

อาหารการกินในอินเดีย
เนื่องจากคนอินอินเดียส่วนใหญ่ นับถือศาสนาฮินดู ซึ่งนับถือวัว เป็นสัตว์ของเทพเจ้า ดังนั้นเนื้อวัว จึงเป็นสัตว์ต้องห้าม ส่วนเนื้อหมู นั้นเป็นอาหาร ต้องห้าม ของชาวมุสลิม ดังนั้นอาหารที่ประกอบ ด้วยเนื้อหมูและวัว จึงหาได้ยากในร้านอาหารและภัตตาคารทั่วไป จะมีก็แต่ ปลา ไก่ และแพะ เป็นส่วนใหญ่ จะมีเนื้อวัว และเนื้อหมู เฉพาะในร้านอาหาร แบบตะวันตก หรือร้านอาหารจีน อาหาร อินเดียโดยทั่วไป จะเป็นอาหารที่ทำมาจากพืช เครื่องเทศต่างๆ และแป้ง เพราะคนอินเดีย ส่วนใหญ่เป็นมังสวิรัติ รสชาติอาหาร ส่วนใหญ่ จะแตกต่าง จากเมืองไทยอย่างมาก นักเรียนไทย ส่วนใหญ่ ไม่สามารถทานอาหารอินเดียได้ทุกมื้อ ดังนั้นจึงจำเป็น อย่างยิ่ง ที่ในบางครั้ง ต้องทำอาหารไทย ทานกันเอง ก็จะประหยัด และช่วยให้เจริญอาหารมากขึ้น เพราะอาหารไทย ตามร้านอาหาร จะมีราคาแพงมาก เช่น ผัดไทยจานละ 95 รูปี ข้าวเปล่าจานละ 35-40 รูปี และรสชาติก็ไม่เหมือนอาหารไทยแท้ๆ อาจเป็นเพราะว่า คนเนปาล หรือคนจีนเป็นคนทำ

การใช้จ่ายในอินเดีย
อัตราแลกเปลี่ยน 100 บาท เท่ากับ 110 รูปี โดยประมาณ สำหรับค่าใช้จ่าย ในชีวิตประจำวัน ของนักเรียนไทยในอินเดีย จะอยู่ราว 3,000-10,000 รูปีต่อเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ การใช้จ่าย และนิสัย ของแต่ละคน โดยมีค่าใช้จ่ายที่สำคัญๆ ดังนี้
- ค่ารถเมล์ โดยเฉลี่ย 5-10 รูปีต่อการเดินทาง
- รถออโต ขึ้นอยู่กับระยะทาง
- ค่าโทรศัพท์มือถือ ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ ประมาณเดือนละ 1,000 รูปี (เฉพาะในประเทศอินเดีย)
- ค่าโทรศัพท์ระหว่างประเทศ หรือโทรกลับเมืองไทย นาทีละ 9-12 รูปี แต่ถ้าโทรโดยมือถือ
จะอยู่ที่นาที 18 รูปี โดยประมาณ ค่าส่งข้อความ(Message) ในอินเดียประมาณ 0.5-1 รูปีต่อครั้ง
ถ้า


Copyright © by Advanced Education And Travel Services - Bangkok, Thailand All Rights Reserved.

Published on: 2008-01-05 (471 reads)

[ Go Back ]

Content ©
 
Site Map Resources Link Exchange Partners

All logos and trademarks in this site are property of their respective owner. The comments are property of their posters, all the rest © 2008 by aeats.com.
NukeScripts(tm) Resecured PHP-Nuke 7.6.
Page Generation: 0.07 Seconds

:: fisubice phpbb2 style by Daz :: PHP-Nuke theme by www.nukemods.com ::

:: fisubice Theme Recoded To 100% W3C CSS & HTML 4.01 Transitional Compliance by Raven and 64bitguy ::

:: W3C CSS Compliance Validation :: W3C HTML 4.01 Transitional Compliance Validation ::





eXTReMe Tracker